วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

test













page 1






page 2_1




page 2_2







วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ข้อดี
ภาษา C
1. ภาษา C ใช้ได้ในไมโครคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ขนาด 8 บิต 16 บิต 32 บิต มินิคอมพิวเตอร์ หรือ คอมพิวเตอร์ระดับเมนเฟรม มีการพัฒนาการใช้งาน เพื่อให้เป็นมาตรฐาน ไม่ขึ้นกับโปรแกรมจัดระบบงาน หรือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฮาร์ดแวร์) 2.ภาษา C มีหลายรุ่น มีผู้ผลิตต่างบริษัท แต่มีโครงสร้างคล้ายกัน และสามารถใช้ร่วมกันได้ 3.ภาษา C มีความอ่อนตัว สามารถเจาะลงระดับลึกให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ ทำงานได้รวดเร็ว และที่สำคัญ ภาษา C เป็นคอมไพเลอร์ 4.ภาษา C เป็นภาษาที่มีโครงสร้าง

ข้อเสีย
ก็คือ ซับซ้อน อ่านยาก เวลาอ่านก็เหมือนกับการแก้สมการ คุณอาจจะบอกว่า คุณเลือกที่จะเขียนแบบไม่ซับซ้อนก็ได้ แต่พูดยากครับ คุณไม่เขียน แต่คนอื่นเขาเขียนครับ ถ้าคุณไม่เรียนรู้เสียเลย คุณก็อ่าน Code คนอื่นไม่รู้เรื่อง และการใช้ วงเล็บปีกกา ซึ่งดูคล้ายกับวงเล็บธรรมดา เวลาเขียนโปรแกรมก็สับสนพอสมควร จุดอ่อนอีกจุดหนึ่งที่สำคัญของภาษา C ก็คือ ภาษา C มองทุกอย่างเป็น Case Sensitive


Java
ข้อดี
1. โปรแกรมจาวาที่เขียนขึ้นสามารถทำงานได้หลาย platform โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขหรือ compile ใหม่ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปในการ port หรือทำให้โปรแกรมใช้งานได้หลาย platform
2. ภาษาจาวาเป็นภาษาเชิงวัตถุ ซึ่งเหมาะสำหรับพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อน การพัฒนาโปรแกรมแบบวัตถุจะช่วยให้เราสามารถใช้คำหรือชื่อ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบงานนั้นมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
3. ภาษาจาวามีความซับซ้อนน้อยกว่าภาษา C++ ทำให้ใช้งานได้ง่ายกว่าและลดความผิดพลาดได้มากขึ้น
4. ภาษาจาวามีการตรวจสอบข้อผิดพลาดทั้งตอน compile time และ runtime ทำให้ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในโปรแกรม และช่วยให้ debug โปรแกรมได้ง่าย
5. ภาษาจาวาถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูงตั้งแต่แรก ทำให้โปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยจาวามีความปลอดภัยมากกว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอื่น
6. มี IDE, application server, และ library ต่าง ๆ มากมายสำหรับจาวาที่เราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการซื้อ tool และ s/w ต่าง ๆ
ข้อเสีย
ทำงานได้ช้ากว่า native code (โปรแกรมที่ compile ให้อยู่ในรูปของภาษาเครื่อง) หรือโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอื่น อย่างเช่น C หรือ C++ ทั้งนี้ก็เพราะว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาจาวาจะถูกแปลงเป็นภาษากลางก่อน แล้วเมื่อโปรแกรมทำงานคำสั่งของภาษากลางนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นภาษาเครื่องอีกทีหนึ่ง ทีล่ะคำสั่ง (หรือกลุ่มของคำสั่ง) ณ runtime ทำให้ทำงานช้ากว่า native code ซึ่งอยู่ในรูปของภาษาเครื่องแล้วตั้งแต่ compile โปรแกรมที่ต้องการความเร็วในการทำงานจึงไม่นิยมเขียนด้วยจาวา
tool ที่มีในการใช้พัฒนาโปรแกรมจาวามักไม่ค่อยเก่ง ทำให้หลายอย่างโปรแกรมเมอร์จะต้องเป็นคนทำเอง ทำให้ต้องเสียเวลาทำงานในส่วนที่ tool ทำไม่ได้ ถ้าเราดู tool ของ MS จะใช้งานได้ง่ายกว่า และพัฒนาได้เร็วกว่า (แต่เราต้องซื้อ tool ของ MS และก็ต้องรันบน platform ของ MS)


As2
ข้อดี
- ภาพชัด - ขนาดเล็ก - โหลดได้เร็ว - ทำงานแทน CGI ได้ในระดับหนึ่ง - ทำภาพเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องพึ่ง Java Script - สร้างฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูลได้

ข้อเสีย
- ผู้ใช้ที่มี Browser รุ่นเก่าๆจะไม่สามารถดู Flash ได้ จำเป็นต้องไปโหลดปลั้กอินเพิ่มเติมเอาเอง (บางที Browser รุ่นใหม่ที่ไม่มีปลั๊กอินก็ดูไม่ได้เหมือนกัน)

ภาษาปาสคาล (PASCAL)
ข้อดี
เป็นภาษาที่มีลักษณะที่เป็นโครงสร้าง ดังนั้นจึงเป็นภาษาที่เหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นแม่แบบในการเรียนรู้รวมทั้งยังง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย เพราะมีความสมบูรณ์ในตัวโปรแกรมเนื่องจากมีลักษณะเป็นบล็อก เข้าใจง่าย และการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมสามารถทำได้อย่างสะดวก
ข้อดี คือ เป็นภาษาที่มีโครงสร้างที่ดีมาก สามารถเขียนโปรแกรมแบ่งเป็นโปรแกรมย่อยได้อย่างง่าย ทำให้การพัฒนาและแก้ไข ทำได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรมอย่างมีโครงสร้าง และไม่จำกัดอยู่กับงานลักษณะใดลักษณะหนึ่ง
ข้อเสีย
คือ ไม่เหมาะกับงานธุรกิจอย่างแท้จริง เพราะไม่สามารถจัดการกับข้อมูลที่มีปริมาณมาก ๆได้ดีเท่ากับโคบอล

PHP
ข้อดี
คือ ไม่เหมาะกับงานธุรกิจอย่างแท้จริง เพราะไม่สามารถจัดการกับข้อมูลที่มีปริมาณมาก ๆได้ดีเท่ากับโคบอล
ข้อเสีย
ถ้าต้องการการเข้ารหัส Code จะต้องเสียเงิน เพื่อใช้บริการของ Third Partyตัวภาษาเองไม่สามารถเข้ารหัสได้ Developer Environment ยังเป็นแบบ Code Based อยู่ไม่มี Compiler เพื่อสร้าง Binary สำหรับแต่ละ OS

VB
ข้อดี
VB คือการครอบคลุมตลาด ตั้งแต่ RAD ไปกระทั่ง VB Script สำหรับเขียน ASP บน Web หรือแม้กระทั่ง Application ต่างๆ เช่น Office VISIO ก็ล้วนแล้วแต่รองรับการเพิ่มความสามารถด้วย VBA และในปัจจุบัน Microsoft ได้ขยายสังเวียนการต่อไปไปถึง Pocket PC อีกด้วย สำหรับ VB นัยว่า Store procedure ของ SQL Server Microsoft จะรองรับภาษา VB ด้วย มีจุดหนึ่งที่ทำให้ VB ดูดีกว่าภาษาตระ***ล C ก็คือ Case Insensitive ผมคงไม่ปฏิเสธว่า Case Sensitive มันก็มีความยืดหยุ่นสูง แต่มันก็ทำให้เขียนโปรแกรมแล้วหลงได้ง่าย บางคนเลือก VB เพราะเหตุผลนี้เป็นหลักครับ
ข้อเสีย
VB ถูกโจมตีอีกข้อก็คือ เรื่องความเร็ว แน่นอนครับภาษา VB ช้ากว่าภาษาอื่นมาก เรื่องนี้จริงครับ แต่คนส่วนมากที่ใช้ VB จะไม่ค่อยรู้สึก เพราะงานที่ต้องใช้ความเร็วจริงๆ มีไม่มาก ถ้างานที่ต้องใช้ความเร็วจริงๆ ก็ใช้ภาษาอื่นครับ อีกข้อก็คือ VB ไม่ใช่เป็นภาษาที่เป็น OOP เต็มรูปแบบ ไม่สามารถทำ Implementation Inheritance ได้

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แบบฝึกหัดบทที่ 1

ตอนที่ 1 จงเติมคำหรือข้อความลงในช่องว่างให้ได้ใจความสมบูรณ์

1.จงบอกขั้นตอนการเขียนโปรแกรมเป็นข้อๆ

ตอบ 1.กำหนดขอบเขตของปัญหา

2.การพัฒนาลำดับขั้นตอนการทำงานเพื่่อแก้ไขปัญหา

3.การออกแบบโปรแกรม

4.การเขียนโปรแกรม

5.การคอมไพล์โปรแกรม

6.การทดสอบโปรแกรม

7.การจัดทำเอกสารประกอบโปรแกรม

2.โครงสร้างใหญ่ๆของคอมพิวเตอร์มีกี่หน่วย อะไรบ้าง

ตอบ 5หน่วย

1.หน่วยรับข้อมูล (input unit)

2.หน่วยความจำ (memory unit)

3.หน่วยคำนวณ (arithmetic unit)

4.หน่วยควบคุม (control unit)

5.หน่วยแสดงผล(output unit)


3.จงอธิบายความหมายของตรรกะ

ตอบ หมายถึงเหตุผลที่ใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ตรรกกะเป็นพื้นฐานเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ เนื่องจากการทำงานของคอมพิวเตอร์จะทำงานสัมพันธ์กับความรู้ด้านตรรกกะ

4.ให้ยกตัวอย่างตัวเนินการทางคณิตศาสตร์

ตอบ (b*B-4*a*c)/(2*a)

5.จงอธิบายความหมายของเซต

ตอบ หมายความว่า กลุ่ม หมู่ เหล่า กอง ฝูง ชุด และเมื่อกล่าวถึงเซตของสิ่งใดๆ จะรู้ทันทีว่าในเซตนั้นมีอะไรบ้าง เรียกสิ่งที่อยู่ในเซตว่า"สมาชิก"

6.จงบอกสัญลักษ์ที่ใช้แทนเซต ชื่อและสมาชิกของเซต

ตอบ 1.สามารถใช้วงกลม วงรี แทนเซตต่างๆได้2.ชื่อเซตนิยมใช้ตัวใหญ่ทั้งหมด เช่นA,B,C,....,Z3.สัญลักษณ์.....แทนคำว่า"เป็นสมาชิกของ".....แทนคำว่า"ไม่เป็นสามชิกของ"

7.จงอธิบายเซตว่างแตกต่างกับเซตจำกัดอย่างไร

ตอบ เซตว่าง คือเซตที่ไม่มีสมาชิก ส่วนเซตจำกัดคือเซตที่มีจำนวนเต็มบวกหรือศูนย์

8.จงบอกหลักเกณฑ์การแก้ปัญหาโจทย์ด้วยคอมพิวเตอร์

ตอบ 1 สิ่งที่โจทย์ต้องการ

2 รูปแบบของผลลัพธ์ที่ต้องการ

3 ข้อมูลนำเข้า

4 ตัวแปรที่ใช้

5 วิธีการประมวลผล

9.ให้ยกตัวอย่างชื่อตัวแปรและใช้แทนตัวแปรอะไร อย่างน้อย 3 ตัวแปร

ตอบ ชื่อตัวแปร ใช้แทน

1 code รหัส

2 Name ชื่อ- สกุล

3 salary เ งินเดือน

10.จงบอกลำดับขั้นตอนการทำงานของวิธีการประมวลผล

ตอบ 1.เริ่มจากการรับข้อมูล- ขั้นที่1 กำหนดค่าผลรวมให้เป็น0 เช่น (sum=0)

- ขั้นที่2 อ่านค่าตัวแปร x2.การประมวลผล

- ขั้นที่3 คำนวณผลรวมsum=sum+x

- ขั้นที่4 ตรวจสอบเงื่อนไขว่า X =เท่ากับ100หรือยัง3.การแสดงผลลัพธ์

-ขั้นที่ 5 ถ้าครบ พิมพ์ค่าผลรวม "Sum of 1-100 =",Sum

-ขั้นที่ 6 จบการทำงาน


ตอนที่ 2 จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงหน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด

1.ข้อใดคือขั้นตอนที่สำคัญก่อนการเยนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ตอบ ก.กำหนดขอบเขตของปัญหา

2.การคอมไฟล์โปรแกรมหมายถึงข้อใด

ตอบ ค.การคอมไพล์ให้เป็นภาษาเครื่อง

3.ข้อใดคือขั้นตอนการพัฒนาลำลับขั้นตอนการทำงานเพื่อแก้ปัญหา

ตอบ ค.การรวบรวมรายละเอียดของปัญหา

4.หน่วยความจำมีหน้าที่อย่างไร

ตอบ ง.ถูกทุกข้อ

5.ข้อใดกล่าวถึงคำว่า "แอดเดรส"

ตอบ ก.หมายเลข 0,1

6.ตรรกะมีความหมายอย่างไร

ตอบ ง.เหตุผลที่ใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ

7.MOD หมายถึงการหารในลักษณะใด

ตอบ ข.การหารโดยคิดเฉพาะเศษที่ได้จากการหาร

8.ข้อใดคือสัญลักษณ์ทางตรรกศาสตร์

ตอบ ก.and,or,not

9.สัญลักษณ์เซตนี้ ใช้แทนความหมายข้อใด

ตอบ ข.เป็นสมาชิกของ

10.สัญลักษณ์ ใช้แทนความหมายข้อใด

ตอบ ค.ไม่เป็นสมาชิกของ

11.หลักเกณฑ์การแก้ปัญหาโจทย์ด้วยคอมพิวเตอร์มีกี่ข้อ

ตอบ ง.5ข้อ

12.ข้อใดถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนโปรแกรม

ตอบ ข.การแก้ปัญหาโจทย์ด้วยคอมพิวเตอร์

13.ข้อใดคือลำดับขั้นตอนการทำงานแรกของวิธีการประมวลผล

ตอบ ก.การรับข้อมูล

14.ข้อใดคือลำดับขั้นตอนการทำงานที่สองของวิธีการประมวลผล

ตอบ ข.การประมวลผล

15.ข้อใดคือลำดับขั้นตอนการทำงานที่สามของวิธีการประมวลผล

ตอบ ค.การแสดงผลลัพธ์





วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หลักการเขียนโปรแกรม

จุดประสงค์รายวิชา
1.มีทักษะในการวิเคราะห์ขั้นตอนวิธี (Algorithm) เพื่อแก้ปัญหาอย่างง่าย
2.รู้ขั้นตอนวิธีการเยนโปรแกรมเพื่อแก้ปัณหา
3.มีทักษะในการเขียนผังงาน (Flowchart)
4.มีทักษะในการเขียนรหัสเทียม (Pseudocode) จากผังงาน
5.ออกแบบและพัฒนาโปรแกรมขนาดเล็ก
6.มีกิจนิสัยการทำงานอย่างมีระเบียบ

มาตรฐานรายวิชา
1.อธิบายความหมายและความสำคัญของหลักการเขียนโปรแกรม
2.วิเคราะห์ขั้นตอน วิธีการแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์
3.ประยุกต์ใช้แผนผังงานและรหัสเทียมช่วยการเขียนโปรแกรม
4.ออกแบบโปรแกรมขนาดเล็ก

คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการ ขั้นตอน วิธีวิเคราะห์ปัยหาเขียนโปรแกรม กระบวนการทำงานในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ ตรรกะกับเซต ตรรกะกับการแก้โจทย์ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การเขียนผังงาน การเขียนรหัสเทียม การออกแบบและพัฒนาโปรแกรมขนาดเล็ก